ผ่าตัดกระดูกคอมาแล้ว ทำไมยังกลับมาปวดอีก? เข้าใจภาวะ "ข้อข้างเคียงเสื่อม" และการรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวนด์
ผ่าตัดกระดูกคอมาแล้ว ทำไมยังกลับมาปวดอีก? เข้าใจภาวะ "ข้อข้างเคียงเสื่อม" และการรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวนด์
เคยสงสัยไหม... ผ่าแล้วทำไมไม่จบ?
“ปวดคอร้าวไปสะบัก... ทั้งที่เคยผ่าตัดมาแล้ว หรือกระดูกคอเรากำลังมีปัญหาใหม่?”
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ หากคุณเคยมีปัญหาหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท จนต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่เสียออกแล้วใส่ "ตัวเชื่อม" เข้าไปเพื่อให้กระดูกสองข้อติดเป็นเนื้อเดียวกัน ในทางการแพทย์เราเรียกวิธีนี้ว่าการเชื่อมข้อกระดูกคอ
หลังผ่าตัดใหม่ๆ อาการมักจะดีขึ้นทันตาเห็นเหมือนได้ชีวิตใหม่ แต่เวลาผ่านไปหลายปี บางคนอาจเริ่มรู้สึกปวดคอขึ้นมาอีกครั้ง อาการปวดนี้มักจะตื้อๆ หนักๆ ที่ลำคอ ร้าวขึ้นหัว หรือร้าวลงบ่าบ่อยขึ้น โดยเฉพาะเวลาเงยหน้าหรือเอียงคอ
เรื่องเล่าจากคุณสมชาย: เมื่อ "ข้อข้างเคียง" เริ่มประท้วง
คุณสมชาย อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการที่เคยผ่าตัดเชื่อมกระดูกคอข้อที่ 5 และ 6 มาเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากผ่าตัดคุณสมชายกลับไปตีกอล์ฟและทำงานอดิเรกได้ปกติ
แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา คุณสมชายเริ่มมีอาการปวดคออย่างรุนแรงเวลาต้องก้มอ่านหนังสือ หรือเวลาขับรถนานๆ อาการปวดร้าวลึกๆ ไปที่สะบักซ้าย จนคุณสมชายกังวลว่า "เหล็กที่ใส่ไว้มันหลุดหรือเปล่า?" หรือ "ต้องผ่าตัดอีกแล้วใช่ไหม?"
ผลการตรวจอย่างละเอียดพบว่า ข้อที่ผ่าตัดไปนั้นติดแน่นแข็งแรงดีมากครับ แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับไปอยู่ที่ "ข้อต่อที่อยู่ติดกัน" ซึ่งตอนนี้กำลังทำงานหนักจนอักเสบแดงโร่ไปหมด
ทำไมข้อข้างเคียงถึงเสื่อม? (อธิบายแบบเห็นภาพ)
หมออยากให้เปรียบเทียบกระดูกคอเหมือนกับ "โช้คอัพรถยนต์" ครับ ปกติคอคนเราจะมีกระดูกหลายข้อเรียงกัน แต่ละข้อช่วยกันซับแรงกระแทกและช่วยกันขยับ
เมื่อเราผ่าตัดเชื่อมข้อใดข้อหนึ่งเข้าด้วยกัน (ACDF) ข้อนั้นจะแข็งเป๊กเหมือนไม้กระดาน ขยับไม่ได้อีกต่อไป แรงจากการขยับคอที่เคยแบ่งๆ กันไปในทุกข้อ ตอนนี้จะถูกโยนไปให้ "ข้อที่อยู่ติดกัน" ทั้งด้านบนและด้านล่างรับภาระแทนทั้งหมด
เมื่อข้อข้างบนและข้างล่างต้องทำงานหนักกว่าที่มันถูกออกแบบมา มันจึง "เสื่อมเร็วขึ้น" (Adjacent Level Degeneration) ข้อต่อเล็กๆ ทางด้านหลังคอที่ช่วยในการเคลื่อนไหวจะเริ่มบวม อักเสบ และส่งสัญญาณความปวดออกมานั่นเองครับ
ความรู้พื้นฐานของโรค: ภาวะข้อข้างเคียงเสื่อมหลังการเชื่อมข้อกระดูกคอ (Adjacent Level Disease - ALD)
โรคนี้คืออะไร? คือภาวะที่กระดูกคอ หมอนรองกระดูก หรือข้อต่อ ในระดับที่อยู่ติดกับระดับที่เคยผ่าตัดเชื่อมข้อไปแล้ว เกิดการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
สาเหตุและการเกิดโรค:
การเปลี่ยนแปลงของแรง (Biomechanical stress): ข้อที่ถูกเชื่อมทำให้ข้อข้างๆ ต้องรับแรงกดและแรงเฉือนมากขึ้น
ความเสื่อมตามธรรมชาติ: บางครั้งข้อข้างๆ ก็มีรอยโรคเดิมอยู่บ้างแล้ว พอได้รับแรงเพิ่มจึงแสดงอาการชัดขึ้น
อาการที่พบบ่อย:
ปวดคอเรื้อรัง ร้าวไปที่สะบักหรือท้ายทอย
อาการปวดมักสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวคอ เช่น เงยหน้าแล้วปวดแปลบ
หากรุนแรงอาจมีหมอนรองกระดูกปลิ้นไปกดเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่มือได้
5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ "ข้อเพื่อนบ้าน" พังเร็วขึ้น
พฤติกรรมการใช้คอ: การก้มหน้าเล่นมือถือ หรือนั่งจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ เพิ่มภาระให้ข้อข้างเคียงมหาศาล
จำนวนข้อที่เชื่อม: ยิ่งเชื่อมหลายข้อ ข้อที่เหลือยิ่งต้องรับภาระหนักขึ้น
ความเสื่อมเดิมที่มีอยู่: หากข้อข้างเคียงเริ่มเสื่อมอยู่แล้วก่อนผ่าตัดครั้งแรก จะพังเร็วขึ้น
อายุที่มากขึ้น: เนื้อเยื่อและกระดูกมีความยืดหยุ่นลดลง
การสูบบุหรี่: สารพิษในบุหรี่ขัดขวางการซ่อมแซมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อ
การตรวจวินิจฉัย: หาจุดปวดให้เจอ
เมื่อมาพบหมอ เราต้องแยกให้ได้ว่าปวดจากอะไร โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ:
การตรวจร่างกาย: หมอจะกดหาจุดเจ็บ ทดสอบการเคลื่อนไหวของคอ และตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูแนวกระดูกคอ และดูว่าข้อที่เคยเชื่อมไว้ติดดีหรือไม่
MRI: สำคัญมากครับ เพื่อดูว่าหมอนรองกระดูกข้อข้างเคียงเสื่อมไหม หรือมีการกดทับเส้นประสาทในระดับใหม่หรือไม่
การฉีดยาทดสอบ: บางครั้งหมอจะลองฉีดยาชาเข้าที่ข้อต่อที่สงสัย (Diagnostic Block) ถ้าฉีดแล้วหายปวดทันที แสดงว่าจุดนั้นแหละคือต้นเหตุ
แนวทางการรักษา: ไม่ต้องตกใจ... ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าซ้ำ!
เป้าหมายคือการ "ลดการอักเสบ" และ "ปรับสมดุล" การทำงานของคอครับ
ปรับพฤติกรรม: จัดโต๊ะทำงานใหม่ ใช้เก้าอี้ที่มีที่หนุนคอ และหยุดพักสายตาและคอทุก 30-45 นาที
กายภาพบำบัด: เน้นการยืดกล้ามเนื้อคอที่ตึง และ "สร้างความแข็งแรง" ให้กล้ามเนื้อคอชั้นลึก เพื่อช่วยพยุงกระดูกคอ
การใช้ยา: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) หรือยาคลายกล้ามเนื้อในช่วงที่มีอาการเฉียบพลัน
การฉีดยารอบๆ ข้อต่อฟาเซ็ต (Facet Joint Injection) โดยใช้เครื่อง Ultrasound:
นี่คือวิธีที่หมอแนะนำในเคสคุณสมชายครับ
หมอจะใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์วางบริเวณข้างคอ เพื่อมองเห็นข้อต่อเล็กๆ และเส้นประสาทรับความรู้สึกได้อย่างชัดเจนแบบ Real-time
จากนั้นหมอจะวางเข็มลงไปตรงจุดที่อักเสบอย่างแม่นยำ แล้วฉีดยาลดอักเสบปริมาณเล็กน้อยเข้าไป "ดับไฟ" ที่ต้นตอ
ข้อดี: แม่นยำสูงมาก ไม่โดนเส้นประสาทสำคัญหรือเส้นเลือด และไม่มีอันตรายจากรังสีเหมือนการใช้เอกซเรย์นำทาง
การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล และมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังอย่างรุนแรงในระดับใหม่
พยากรณ์โรค: จะหายไหม?
ส่วนใหญ่ภาวะปวดจากข้อข้างเคียงอักเสบ "สามารถดีขึ้นและหายปวดได้" ครับ โดยไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการเสื่อมตามสภาพการใช้งาน อาการอาจจะกลับมาได้หากเรายังใช้คอหนักเหมือนเดิม ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
หากปล่อยให้ข้อข้างเคียงเสื่อมรุนแรงโดยไม่ดูแล อาจเกิดปัญหาตามมาดังนี้:
เส้นประสาทถูกกดทับ: ทำให้มีอาการปวดร้าวลงแขน ชามือ หรือกล้ามเนื้อฝ่อ
ไขสันหลังถูกกดทับ: อันตรายที่สุด อาจทำให้เดินลำบาก ทรงตัวไม่อยู่ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
กระดูกงอกผิดปกติ: จนไปเบียดบังช่องทางการทำงานของคอ
5 วิธีป้องกัน ไม่ให้ "ข้อเพื่อนบ้าน" ประท้วง
บริหารกล้ามเนื้อคอ: ทำท่าเก็บคาง (Chin Tuck) บ่อยๆ เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกคอ
คอตรงเสมอ: พยายามให้รูหูตรงกับแนวไหล่ ไม่ยื่นคอไปข้างหน้าขณะทำงาน
พักเป็นระยะ: ใช้กฎ 20-20-20 (พักทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที พร้อมขยับคอเบาๆ)
นอนให้ถูกท่า: ใช้หมอนที่รองรับส่วนโค้งของคอได้พอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
เลิกสูบบุหรี่: เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงกระดูกและข้อต่อได้ดีขึ้น
Q&A: ถาม-ตอบ ข้อสงสัย
Q: ผ่าตัดมาแล้ว ทำไมหมอถึงฉีดยาให้อีก? A: เพราะจุดที่ปวดตอนนี้คือ "จุดใหม่" ที่อยู่ข้างๆ จุดที่ผ่าครับ การฉีดยาจะช่วยลดอักเสบในข้อที่กำลังทำงานหนักเกินไป ช่วยให้คุณทำกายภาพได้ง่ายขึ้น
Q: การฉีดโดยใช้อัลตราซาวนด์เจ็บไหม? A: เจ็บน้อยมากครับ เหมือนการฉีดยาทั่วไป แต่มีความแม่นยำสูงมากเพราะหมอเห็นปลายเข็มตลอดเวลาครับ
Q: ต้องนอนโรงพยาบาลไหม? A: ไม่ต้องครับ เป็นการรักษาแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (Outpatient) ทำเสร็จแล้วพักดูอาการครึ่งชั่วโมงก็กลับบ้านได้เลยครับ
สรุปประเด็นสำคัญ
การปวดคอหลังผ่าตัดเชื่อมข้อ มักเกิดจาก "ข้อข้างเคียง" (Adjacent Level) ต้องรับภาระหนักแทนข้อที่ถูกเชื่อมไป
ภาวะนี้เรียกว่า Adjacent Level Disease (ALD) ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องทางกลไกของร่างกาย
อาการส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบของข้อต่อเล็กๆ (Facet Joint) ซึ่งทำให้ปวดร้าวไปสะบักหรือท้ายทอย
การฉีดยาลดอักเสบโดยใช้ Ultrasound-guided Facet Injection เป็นวิธีที่แม่นยำ ปลอดภัย และช่วยลดปวดได้โดยไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ
การปรับพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อคอ คือกุญแจสำคัญในการรักษาให้หายขาดในระยะยาว
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #ผ่าตัดกระดูกคอ #ชามือ #ปวดสะบัก #ออฟฟิศซินโดรม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ฉีดยาแก้ปวด #อัลตราซาวนด์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #CervicalSpine #AdjacentLevelDisease #NeckPain #SpineSurgery #Orthopedics
Reference List
Hilibrand AS, Carlson GD, Palumbo MA, Jones PK, Bohlman HH. Radiculopathy and myelopathy at segments adjacent to the site of a previous anterior cervical arthrodesis. J Bone Joint Surg Am. 1999 Apr;81(4):519–528. PMID: 10225797.
งานนี้ติดตามผู้ป่วยที่ผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกคอ (ACDF) แล้วดูว่าข้อข้างเคียงถัดไปจะเกิดหมอนรองเสื่อมหรือเส้นประสาทถูกกดจนมีอาการใหม่เมื่อไร พบว่าโดยเฉลี่ยจะมีโรคในข้อข้างเคียงเกิดใหม่ราว 2–3% ต่อปี และประมาณหนึ่งในสี่ของคนไข้มีอาการภายใน 10 ปี แสดงให้เห็นว่า “ข้อข้างเคียง” เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ต้องบอกคนไข้ล่วงหน้า.Park MS, Kelly MP, Lee DH, Min WK, Rahman RK, Riew KD. Surgical treatment of adjacent segment disease after anterior cervical arthrodesis: is second-level fusion necessary? Spine (Phila Pa 1976). 2011 Jul 1;36(15):1141–1146. doi:10.1097/BRS.0b013e3181ec5717. PMID: 21270701.
การศึกษานี้ดูผู้ป่วยที่ต้องกลับมาผ่าตัดเพราะข้อข้างเคียงเสื่อมหลังผ่าตัดคอเดิม และเปรียบเทียบวิธีผ่าตัดแบบเชื่อมเพิ่มหนึ่งข้อเทียบกับวิธีอื่น ผลช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าในแต่ละเคสจำเป็นต้องเชื่อมต่ออีกระดับหรือไม่ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาใหม่และการผ่าตัดซ้ำในอนาคต.Kong L, Cao J, Wang L, Shen Y. Risk factors for adjacent segment disease after anterior cervical decompression and fusion: a systematic review and meta-analysis. BMC Musculoskelet Disord. 2022 Sep 10;23(1):853. doi:10.1186/s12891-022-05814-1. PMID: 36088288.
systematic review และ meta-analysis นี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับว่าใครเสี่ยงเป็น ASD มากกว่าปกติหลังผ่าตัด ACDF เช่น คนอายุน้อย มีหมอนรองกระดูกข้างเคียงเสื่อมอยู่แล้ว ฟิวชันสั้นจนแรงไปตกที่ข้อข้างเคียง หรือองศาคอ (lordosis/T1 slope) ไม่ดี ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนผ่าตัดให้ลดโอกาสเกิด ASD ได้.Narouze S, Casanova J, Mekhail N. Ultrasound-guided cervical facet nerve block: description of a relevant technique. Reg Anesth Pain Med. 2009 Nov-Dec;34(6):594–598. doi:10.1097/AAP.0b013e3181b596a7. PMID: 19916254.
บทความนี้สอนเทคนิคการใช้เครื่องอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจหาตำแหน่งเส้นประสาทที่เลี้ยงข้อต่อฟาเซ็ต (facet joint) ที่คอ แล้วฉีดยาชาหรือยาลดอักเสบได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้รังสีจากฟลูออโรสโคปและช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูง.Saavedra-Pozo FM, Deusdado RA, Almeida L. Adjacent segment disease in the cervical spine: genetic and environmental factors. J Craniovertebr Junction Spine. 2014 Jan;5(1):7–12. doi:10.4103/0974-8237.135210. PMID: 25013342.
บทความทบทวนนี้อธิบายว่า ASD ในกระดูกคอไม่ได้เกิดจากการผ่าตัดอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับทั้งปัจจัยพันธุกรรม (แนวโน้มหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว) และปัจจัยแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ น้ำหนักตัว และการเปลี่ยน biomechanics หลัง fusion ทำให้เข้าใจว่าเหตุผลที่บางคนเป็น ASD เร็วมาก ขณะที่อีกหลายคนไม่เป็นเลย.
Comments
Post a Comment