ดัดคอแรง ๆ จนมีเสียงดัง... หายปวดจริง หรือแค่ฟินไปเอง?”

 

ดัดคอแรง ๆ จนมีเสียงดัง... หายปวดจริง หรือแค่ฟินไปเอง?”


“ก๊อก!” เสียงสะบัดคอดังสนั่นกลางออฟฟิศ พร้อมใบหน้าที่ดูผ่อนคลายของคุณเพื่อนร่วมงาน หลายคนเสพติดการ **“ดัดคอ”**ครับ เพราะรู้สึกว่าพอเสียงดังปุ๊บ ความตึงที่สะสมมาทั้งวันมันหายวับไปทันที บางคนถึงขั้นต้องจ้างคนมาเหยียบ มาดัด หรือให้ร้านตัดผม “บิดคอ” ให้แรงๆ เพราะเชื่อว่ามันคือการ “จัดกระดูก” ให้เข้าที่

แต่ในฐานะหมอกระดูก ผมบอกเลยว่าภาพที่เห็นคนไข้โดนจับบิดคอแรงๆ ในคลิปโซเชียลนั้น ทำให้หมอเสียวสันหลังแทนทุกครั้งครับ เพราะเบื้องหลังเสียง “ก๊อก” นั้น อาจซ่อนอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลได้

วันนี้เรามาคุยกันแบบเปิดใจครับว่า การดัดคอแรงๆ มันช่วยให้หายจริงไหม หรือเรากำลังเล่นตลกกับอัมพาตอยู่?


ทำไมดัดคอแล้วถึงรู้สึก "โล่ง"?

ก่อนจะไปดูอันตราย เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าเสียงที่ดังออกมามันคืออะไร? ในข้อต่อกระดูกคอของเราจะมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ ซึ่งข้างในมีก๊าซละลายอยู่ครับ (ส่วนใหญ่เป็นไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์)

เมื่อเราดัดหรือบิดคอแรงๆ แรงดันในข้อต่อจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊าซเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นฟองอากาศแล้ว “แตกตัว” ออก จึงเกิดเสียงดังขึ้นมาครับ

ที่สำคัญคือ เมื่อเกิดเสียงดัง ร่างกายจะหลั่งสารที่ชื่อว่า “เอนดอร์ฟิน” (Endorphin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมาเล็กน้อย ทำให้เรารู้สึกเคลิ้ม โล่ง และผ่อนคลายชั่วขณะ นี่คือเหตุผลที่หลายคน “เสพติด” การดัดคอครับ เพราะมันฟินนั่นเอง!


ความจริงที่น่ากลัว: ความฟินที่มาพร้อมความเสี่ยง

ถึงแม้จะรู้สึกดี แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อคุณดัดคอแรงๆ หรือให้คนที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทำ:

  1. เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองฉีกขาด: นี่คือสิ่งที่หมอกลัวที่สุดครับ บริเวณกระดูกคอจะมีเส้นเลือดใหญ่ที่วิ่งผ่านช่องเล็กๆ ของกระดูกเพื่อไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง การบิดคอแรงๆ หรือผิดจังหวะอาจทำให้ผนังเส้นเลือดฉีกขาด เกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันสมอง ทำให้เกิด “อัมพฤกษ์ อัมพาต” ได้ทันที
  2. เอ็นยึดข้อต่อหลวม: การดัดบ่อยๆ จะทำให้เอ็นที่ช่วยพยุงกระดูกคอยืดและหลวม พอมันหลวม กล้ามเนื้อก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อประคองคอ ผลคือคุณจะกลับมา “ปวดคอเรื้อรัง” หนักกว่าเดิม และต้องดัดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์
  3. หมอนรองกระดูกปลิ้น: แรงบิดที่มหาศาลอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่เริ่มเสื่อมอยู่แล้ว “ปลิ้น” ออกมาทับเส้นประสาทแบบเฉียบพลัน จากแค่ปวดเมื่อย อาจกลายเป็นชาแขน หรืออ่อนแรงได้ในพริบตา

ขั้นตอนการตรวจ: ถ้าปวดคอจริง หมอทำอย่างไร?

แทนที่จะเดินเข้าร้านนวดแล้วให้เขาบิดคอ เมื่อมาหาหมอกระดูก เราจะทำแบบนี้ครับ:

  • ตรวจการเคลื่อนไหว: ดูว่าข้อต่อไหนที่ “ติด” จริงๆ และข้อไหนที่ “หลวม” เกินไป
  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเลือดหรือเส้นประสาทไหม เพราะถ้ามีกระดูกงอก การดัดคอคือข้อห้ามเด็ดขาด!
  • ตรวจร่างกายอย่างละเอียด: หมอจะเช็กการตอบสนองของระบบประสาทเพื่อให้มั่นใจว่าอาการปวดของคุณไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูกที่กำลังจะพัง

แนวทางการรักษาที่ปลอดภัย (แทนการดัดคอแรงๆ)

ถ้าคุณรู้สึก "หนักคอ" จนอยากดัด ลองใช้วิธีที่ยั่งยืนและปลอดภัยกว่าครับ:

  1. ยืดกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง: การยืดคอช้าๆ ค้างไว้ 15-20 วินาที ช่วยลดความเครียดของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการดัดให้ดัง
  2. การบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง: เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง มันจะช่วยพยุงกระดูกคอได้ดี ลดความรู้สึกอยากดัดคอลงไปได้มาก
  3. ความร้อนบำบัด: การประคบอุ่นช่วยให้ก๊าซในข้อต่อสมดุลและกล้ามเนื้อคลายตัวโดยไม่ต้องเสี่ยงกับหลอดเลือดฉีกขาด

พยากรณ์โรค: ติดดัดคอแล้ว จะเลิกได้ไหม?

การติดดัดคอเป็นพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ครับ ส่วนใหญ่ถ้าคนไข้เริ่มออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบคอ (Deep Neck Flexors) ให้แข็งแรง อาการ “ติด” หรือ “กึกกัก” ในคอจะลดลงอย่างชัดเจนภายใน 4-6 สัปดาห์ครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากมีอาการหน้ามืด เวียนหัว หรือมองภาพซ้อนหลังจากดัดคอ ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองมีปัญหาครับ


สรุป

การดัดคอให้ดัง “ก๊อก” อาจจะให้ความรู้สึกฟินชั่วคราว แต่มัน “ไม่ได้ช่วยรักษาที่ต้นเหตุ” และยังมีความเสี่ยงสูงต่อเส้นเลือดสมองและระบบประสาทครับ

ถ้าคุณรู้สึกปวดคอจนทนไม่ไหว อย่าฝากชีวิตไว้กับกำมือของใครที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่ถูกต้องอาจจะเห็นผลช้ากว่าการสะบัดคอเพียงวินาทีเดียว แต่มันปลอดภัยและยั่งยืนกว่าแน่นอนครับ


หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับอาการปวดคอ หรือติดพฤติกรรมการดัดคอ ยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นครับ ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเพื่อให้ทุกท่านได้ระมัดระวังตนเองและคนใกล้ชิดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ดัดคอ #อันตรายจากการดัดคอ #ปวดคอเรื้อรัง #อัมพาต #เส้นเลือดสมอง #จัดกระดูก #หมอเก่ง #ดูแลสุขภาพ #กายภาพบำบัด #กระดูกคอ


References (แหล่งอ้างอิง)

  1. Cassidy JD, et al. (2008). Risk of Vertebrobasilar Stroke and Chiropractic Care. Spine. (สรุป: งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการบิดดัดคอแรงๆ กับความเสี่ยงเส้นเลือดสมองส่วนหลังตีบ)
  2. Puentedura EJ, et al. (2012). Safety of Cervical Spine Manipulation: Are Adverse Events Reportable and Predictable? Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy. (สรุป: วิเคราะห์ผลกระทบด้านลบของการดัดดึงกระดูกคอที่ทำไม่ถูกวิธี)
  3. Haldeman S, et al. (2002). Arterial Dissections Following Cervical Manipulation. Spine. (สรุป: รายงานเคสเกี่ยวกับผนังหลอดเลือดแดงฉีกขาดภายหลังการดัดกระดูกคอ)
  4. Bier JD, et al. (2018). Clinical Practice Guideline for Physical Therapy Assessment and Treatment in Patients with Nonspecific Neck Pain. Physical Therapy. (สรุป: แนวทางการรักษาปวดคอที่เน้นการออกกำลังกายและการรักษาที่ปลอดภัยแทนการดัดรุนแรง)
  5. Cote P, et al. (2016). The Management of Neck Pain and Associated Disorders. European Spine Journal. (สรุป: ยืนยันว่าการปรับพฤติกรรมและการยืดเหยียดมีความปลอดภัยและได้ผลดีในระยะยาว)

Comments

Popular posts from this blog

ปวดคอเรื้อรัง... แค่ "หยุด" 5 พฤติกรรมนี้ แล้วทำ 2 ท่าบริหารง่ายๆ ก่อนกระดูกคอจะเสื่อมถาวร!

ทำไม "ขับรถนานๆ" แล้วปวดคอ? วิธีปรับเบาะและหมอนรองหัวในรถที่ถูกต้อง

ปวดคอ… หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ต้องปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ดีขึ้น?