ก้มหน้า 1 นาที คอแบกน้ำหนักเท่าเด็ก 1 คน! คุณกำลัง 'ฆ่า' กระดูกคอตัวเองด้วยมือถืออยู่หรือเปล่า?
ไถหน้าจอก่อนนอน... งานอดิเรกยอดฮิตที่อาจกำลังทำลายกระดูกคอคุณโดยไม่รู้ตัว" หลายคนติดนิสัยต้องเช็กโซเชียลหรือดูซีรีส์บนเตียงก่อนหลับ แต่รู้ไหมครับว่าท่าทางที่เราใช้ตอนนั้น คือศัตรูตัวฉกาจที่เร่งให้กระดูกคอคุณ "แก่" ก่อนวัยอันควร
"หมอครับ ผมแค่เล่นมือถือคลายเครียด ทำไมตื่นมาแขนล้าไปหมด?"
เคสของคุณนก (นามสมมติ) พนักงานบริษัทวัย 30 ต้นๆ มาหาหมอด้วยอาการปวดคอเรื้อรัง และเริ่มมีอาการชาร้าวไปที่ปลายนิ้ว คุณนกบอกว่า "หมอคะ หนูก็ไม่ได้ยกของหนักนะ แต่งานยุ่งมาก จะมีเวลาพักก็แค่ตอนนอนนี่แหละค่ะ หนูก็จะนอนตะแคงไถมือถือ หรือบางทีก็นอนหงายเอาหมอนซ้อนสูงๆ เพื่อจะได้มองจอถนัดๆ ทำแบบนี้ทุกคืนจนหลับไปเลย"
ผลการตรวจร่างกายและภาพเอกซเรย์ของคุณนกน่าตกใจมากครับ เพราะกระดูกคอที่ควรจะโค้งสวย กลับเริ่มมี "กระดูกงอก" และหมอนรองกระดูกเริ่มบางลง เหมือนคนอายุ 50 ทั้งที่เธอเพิ่งจะ 30 เท่านั้นเอง
ความจริงที่น่ากลัว: น้ำหนักที่คอต้องแบกรับ
ทำไมการเล่นมือถือถึงอันตรายขนาดนั้น? ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ในท่าปกติที่หน้าเรามองตรง กระดูกคอจะรับน้ำหนักศีรษะประมาณ 5 กิโลกรัม แต่เมื่อเรา "ก้มหน้า" ทำมุม 60 องศาเพื่อมองจอ น้ำหนักที่กดลงบนข้อต่อกระดูกคอจะเพิ่มขึ้นมหาศาลเป็น 27 กิโลกรัม! (เท่ากับมีเด็กประถมมานั่งอยู่บนคอคุณตลอดเวลา)
การนอนเล่นมือถือยิ่งแย่กว่านั้นครับ:
- นอนหมอนสูง: คอจะถูกพับไปข้างหน้าตลอดเวลา ทำให้หมอนรองกระดูกถูกบดเบียด
- นอนตะแคงไถจอ: กล้ามเนื้อคอสองข้างทำงานไม่เท่ากัน เกิดการดึงรั้งจนคอเบี้ยว
- ภาวะกล้ามเนื้อล้าสะสม: เมื่อกล้ามเนื้อประคองคอไม่ไหว ภาระทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ "กระดูก" และ "หมอนรองกระดูก" ทันที
สัญญาณเตือน... กระดูกคอเริ่มประท้วง!
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ขณะเล่นมือถือหรือหลังตื่นนอน แสดงว่าคอคุณเริ่มมีปัญหาแล้วครับ:
- ปวดตื้อๆ ที่ท้ายทอย ร้าวขึ้นขมับ (มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรน)
- หันคอแล้วมีเสียง "กึกกัก" เหมือนทรายสีกัน
- ปวดสะบักจม หันคอได้ไม่สุด
- อาการอันตราย: เริ่มมีอาการชาร้าวลงแขน หรือมืออ่อนแรง หยิบจับของหล่นบ่อยๆ
หมอจะตรวจอะไรบ้าง?
หากคุณกังวลว่าคอเสื่อมไปถึงไหนแล้ว หมอจะใช้วิธีตรวจดังนี้ครับ:
- การตรวจ Lab: แม้การปวดคอจะดูเป็นเรื่องโครงสร้าง แต่บางครั้งหมอต้องตรวจเลือดเพื่อแยกโรค "รูมาตอยด์" หรือ "การอักเสบในระบบร่างกาย" ออกไปก่อน
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูว่าช่องว่างระหว่างกระดูกคอแคบลงไหม หรือมีกระดูกงอก (Osteophyte) ไปทิ่มแทงจุดไหนหรือเปล่า
- MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): หากมีอาการชาหรืออ่อนแรง หมอจะส่งทำ MRI เพื่อดู "หมอนรองกระดูก" และ "เส้นประสาท" ให้เห็นชัดๆ ว่ามีการกดทับมากน้อยเพียงใด
แนวทางการรักษา: แก้ที่ต้นเหตุ ก่อนต้องพึ่งมีดหมอ
การรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ หากเราเริ่มตั้งแต่วันนี้:
- ปรับสภาพแวดล้อม (Ergonomics): ถ้าจะเล่นมือถือ ให้ยกมือถือขึ้นมาในระดับสายตา อย่าก้มหน้าไปหาเครื่อง และจำกัดเวลาไม่เกิน 15-20 นาที
- การรักษาด้วยยา: ใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) และยาบำรุงเส้นประสาทในกลุ่มที่มีอาการชา
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): เทคโนโลยีนี้ช่วยให้หมอส่งยาไปลดการอักเสบที่ข้อต่อกระดูกคอหรือเส้นประสาทได้แม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงและเจ็บตัวน้อยมาก
- พยากรณ์โรค: หากเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบหรือเสื่อมระยะแรก การปรับพฤติกรรมสามารถทำให้หายปวดและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เกือบ 100% แต่ถ้าทิ้งไว้จนเส้นประสาทเสียหายถาวร การฟื้นตัวจะยากขึ้นมากครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
กระดูกคอเสื่อมไม่ใช่แค่เรื่องปวดครับ แต่ถ้าปล่อยไว้จนไปทับเส้นประสาทส่วนกลางหรือไขสันหลัง อาจทำให้ เดินเซ การทรงตัวผิดปกติ หรือมีปัญหาเรื่องการควบคุมการขับถ่าย ได้ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงมาก
สรุป การเล่นมือถือก่อนนอน "ทำให้คอเสื่อมเร็วขึ้นจริง" ครับ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายควรได้รับการพักผ่อน แต่เรากลับไปเพิ่มภาระให้คออย่างหนักในท่าทางที่ไม่เหมาะสม การลดเวลาหน้าจอลงเพียงวันละนิด และเปลี่ยนท่าทางให้ถูกต้อง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของกระดูกคอคุณไปได้อีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #ออฟฟิศซินโดรม #เล่นมือถือ #หมอเก่ง #ปวดสะบัก #ชาร้าวลงแขน #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ดูแลกระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ
References
- Hansraj KK. (2014). *Assessment of stresses in the cervical spine caused by posture and position of the head.*Surgical Technology International. (งานวิจัยหลักที่อธิบายเรื่องแรงกดทับ 27 กิโลกรัมเมื่อก้มเล่นมือถือ)
- Kim MS. (2015). Influence of neck flexion angle on impinging weight onto the cervical spine. Journal of Physical Therapy Science. (ศึกษาเรื่องมุมของคอกับน้ำหนักที่กดลงบนกระดูกคอ)
- Todd J, et al. (2018). Text neck syndrome in children and adolescents. International Journal of Environmental Research and Public Health. (อธิบายเรื่องกลุ่มอาการ Text Neck หรือคอพังจากการส่งข้อความ/เล่นมือถือ)
- Fejer R, et al. (2006). The prevalence of neck pain in the world population: a systematic critical review of the literature. European Spine Journal. (รวบรวมข้อมูลอุบัติการณ์ปวดคอในประชากรโลกที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสมัยใหม่)
- Isaac Z. (2023). Cervical spondylotic myelopathy. UpToDate. (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะไขสันหลังถูกกดทับจากโรคกระดูกคอเสื่อมที่ทันสมัยที่สุด)
Comments
Post a Comment