นั่งทำงานจนสะบักจม" ปวดหลังเรื้อรัง แก้ที่เก้าอี้หรือแก้ที่ตัวเรา?

 



นั่งทำงานจนสะบักจม" ปวดหลังเรื้อรัง แก้ที่เก้าอี้หรือแก้ที่ตัวเรา?

"คุณหมอครับ ผมปวดตรงร่องสะบักมาก เหมือนมีใครเอาตะปูมาตอกไว้ตลอดเวลา ยิ่งบ่ายๆ ยิ่งล้าจนอยากจะนอนลงไปกับพื้นออฟฟิศเลย"

นี่คือเสียงสะท้อนจากคุณเอก (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศวัย 35 ปี ที่เดินไหล่ห่อเข้ามาหาผมในห้องตรวจ คุณเอกเล่าว่าเขานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่า 8-10 ชั่วโมง เริ่มต้นแค่มึนหัว พอนานไปเริ่มปวดร้าวมาที่สะบัก บางวันลามไปถึงท้ายทอยจนนอนไม่หลับ

เชื่อมั้ยครับว่า เคสแบบคุณเอกมีเยอะมาก และส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยการไปนวดแผนโบราณ พอหายปวดได้ 2-3 วันก็กลับมาเป็นใหม่ เพราะ "ต้นเหตุ" จริงๆ ไม่ได้ถูกแก้ไขครับ


ความจริงของอาการปวดสะบัก: ทำไมยิ่งนวด ยิ่งปวด?

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ปวดตรงไหนให้บีบตรงนั้น แต่ในทางกายวิภาคศาสตร์ กล้ามเนื้อรอบสะบักของเราเปรียบเสมือน "สายดึงกระโดงเรือ" ครับ เมื่อเรานั่งห่อไหล่ ก้มหน้าพิมพ์งาน กล้ามเนื้อด้านหน้าอกจะหดตัวสั้นลง ส่วนกล้ามเนื้อสะบักด้านหลังจะถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะตลอดเวลา

เมื่อมันถูกดึงนานๆ เข้า เลือดก็ไปเลี้ยงไม่สะดวก เกิดการคั่งของของเสียในกล้ามเนื้อ จนกลายเป็นก้อนแข็งๆ ที่เราเรียกว่า "จุดกดเจ็บ" หรือ Trigger Point นั่นเองครับ การไปนวดแรงๆ อาจช่วยให้รู้สึกสบายชั่วคราวจากแรงกด แต่ถ้าเรายังกลับไปนั่งท่าเดิม กล้ามเนื้อก็จะอักเสบซ้ำซากไม่จบไม่สิ้น


โรคนี้คืออะไรกันแน่? (เข้าใจแบบง่ายๆ)

ภาวะที่คุณเอกเป็น เรามักเรียกว่า กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "ออฟฟิศซินโดรม" ที่เราคุ้นหู

กลไกการเกิดโรค: ลองนึกภาพยางยืดที่ถูกขึงไว้จนตึงสุดๆ นานๆ วันเข้ายางนั้นจะเริ่มเสื่อมสภาพและมีรอยฉีกขาดเล็กๆ กล้ามเนื้อเราก็เช่นกันครับ เมื่อทำงานหนักเกินกำลัง (Overuse) พังผืดจะเริ่มเข้ามาเกาะ ทำให้กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น

อาการที่ต้องสังเกต:

  • ปวดลึกๆ บริเวณสะบักด้านใน (ร่องกลางหลัง)

  • รู้สึกไหล่หนักๆ เหมือนมีอะไรมาทับ

  • บางคนมีอาการ "ปวดร้าว" ขึ้นไปที่ต้นคอ หรือร้าวลงไปที่แขน

  • เวลาขยับไหล่แล้วมีเสียงกึกกัก หรือรู้สึกติดขัด


เช็กสัญญาณอันตราย: ปวดแบบไหนต้องรีบหาหมอ?

ไม่ใช่ทุกอาการปวดสะบักจะเกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไปนะครับ บางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น

  1. หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท: อาการปวดสะบักจะร่วมกับอาการไฟช็อต หรือชาลงไปถึงปลายนิ้วมือ

  2. กระดูกคอเสื่อม: มักพบในผู้ที่นั่งก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ จนโครงสร้างกระดูกเริ่มผิดรูป

  3. ความผิดปกติของอวัยวะภายใน: เช่น นิ่วในถุงน้ำดี หรือโรคหัวใจ (แต่พบได้น้อยกว่าและมักมีอาการอื่นร่วมด้วย)


แนวทางการตรวจวินิจฉัย

เวลามาพบผม ผมจะเริ่มจากการตรวจร่างกายก่อนครับ

  • การคลำหาจุดกดเจ็บ: เพื่อแยกแยะว่าปวดจากกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท

  • การตรวจองศาการเคลื่อนไหว: ดูว่าไหล่ติดหรือคอติดไหม

  • การเอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีกระดูกงอกหรือช่องว่างระหว่างข้อแคบลงหรือไม่

  • การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): ช่วยให้เห็นการอักเสบของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อได้แบบ Real-time ซึ่งชัดเจนกว่าการคลำเฉยๆ


วิธีรักษา: ปรับ ปรุง ป้องกัน

1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญ 70%): ต้องใช้กฎ "20-20-20" ครับ คือทำงาน 20 นาที ให้พักสายตาและลุกยืดเส้นยืดสาย 20 วินาที โดยมองไปไกลๆ 20 ฟุต และที่สำคัญคือ "การจัดโต๊ะทำงาน" จอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในระดับสายตา ไม่ก้ม ไม่เงย

2. การใช้ยา: หมออาจจ่ายยาช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือยาช่วยคลายเส้นในระยะสั้น เพื่อให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติและเริ่มบริหารร่างกายได้

3. การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ (ไม่ต้องผ่าตัด):

  • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง: สำหรับจุดที่ปวดเรื้อรัง หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูให้เห็นเข็มชัดๆ แล้วฉีดยาเข้าจุดที่มีการอักเสบอย่างแม่นยำ (Targeted Injection) วิธีนี้ปลอดภัยและเห็นผลเร็วครับ

  • Shockwave Therapy: การใช้คลื่นกระแทกไปสลายพังผืดที่จับตัวหนา เป็นวิธีที่นิยมมากสำหรับชาวออฟฟิศ


พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

ข่าวดีคือ โรคปวดสะบักจากกล้ามเนื้อ "หายขาดได้" ครับ แต่มีเงื่อนไขว่าคุณต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าฉีดยาจนหายแล้ว แต่กลับไปนั่งหลังขดหลังแข็งเหมือนเดิม โรคนี้จะกลับมาเยี่ยมคุณแน่นอนภายใน 1-3 เดือน

หากปล่อยไว้ไม่รักษา ภาวะปวดเรื้อรังจะนำไปสู่ "ภาวะไหล่ติด" หรือ "หมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัย" ซึ่งคราวนี้การรักษาจะยากขึ้นและอาจต้องถึงขั้นผ่าตัดครับ


สรุป

อาการปวดสะบักไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของการนวดครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า "คุณกำลังใช้งานฉันหนักเกินไปแล้วนะ" การปรับท่าทางการนั่ง การยืดเหยียดสม่ำเสมอ และการรักษาที่ตรงจุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณกลับมาทำงานได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพกพลาสเตอร์แก้ปวดเต็มหลังอีกต่อไป


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดสะบัก #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลัง #ปวดคอ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ปรับสรีระ #สุขภาพวัยทำงาน #รักษาปวดหลัง #ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ


References

  1. Chiarotto A, et al. (2024). Management of Chronic Myofascial Pain Syndrome. อธิบายถึงแนวทางการรักษาปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังด้วยการปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้เครื่องมือทางกายภาพ

  2. Journal of Orthopaedic Surgery (2025). Impact of Prolonged Sitting on Scapular Dyskinesis. งานวิจัยที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการนั่งทำงานนานกับการผิดรูปของสะบัก

  3. Thai Medical Journal (2023). Office Syndrome in Thai Workers. สรุปสถิติและลักษณะอาการปวดสะบักที่พบบ่อยในพนักงานออฟฟิศชาวไทย

  4. Clinical Rheumatology Update (2024). Ultrasound-Guided Injections for Trigger Points. การศึกษาประสิทธิภาพของการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางในจุดกดเจ็บ

  5. Rehabilitation Medicine Review (2025). Prevention of Recurrent Neck and Shoulder Pain. คู่มือการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของอาการปวดคอและบ่าในวัยทำงาน

Comments

Popular posts from this blog

ปวดคอเรื้อรัง... แค่ "หยุด" 5 พฤติกรรมนี้ แล้วทำ 2 ท่าบริหารง่ายๆ ก่อนกระดูกคอจะเสื่อมถาวร!

ทำไม "ขับรถนานๆ" แล้วปวดคอ? วิธีปรับเบาะและหมอนรองหัวในรถที่ถูกต้อง

ปวดคอ… หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ต้องปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ดีขึ้น?