"หมอคะ... ป้าไม่อยากผ่าตัด" เมื่อปวดคอร้าวลงแขนจนถูกทักว่าต้องผ่าเท่านั้น จริงหรือ?

 

"หมอคะ... ป้าไม่อยากผ่าตัด" เมื่อปวดคอร้าวลงแขนจนถูกทักว่าต้องผ่าเท่านั้น จริงหรือ?

"คุณหมอเก่งคะ... ป้ากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่ไปตรวจคอมาแล้วคุณหมอท่านนั้นบอกว่าต้องผ่าตัดสถานเดียว ป้ากลัวมากค่ะ ป้าแค่ปวดคอแล้วมันชาแปล๊บๆ ลงไปที่แขนเฉยๆ มันไม่มีทางเลือกอื่นเลยจริงๆ เหรอคะ?"

นี่คือเสียงสั่นเครือของคุณน้าวัย 55 ปีท่านหนึ่งที่เดินเข้ามาหาผมพร้อมฟิล์มเอกซเรย์ในมือ เธอมีอาการปวดคอเรื้อรังมานานร่วม 2 เดือน ลามไปถึงสะบักและมีอาการชาลงไปที่แขนขวาจนหยิบจับของไม่ถนัด แต่ที่สำคัญคือเธอยังเดินเหินปกติ ขาไม่สั่น และยังเข้าห้องน้ำควบคุมการขับถ่ายได้ทุกอย่าง

ความกังวลของคุณน้าสะท้อนถึงความกลัวของคนไทยจำนวนมากครับว่า "โรคเกี่ยวกับกระดูกและหมอนรองกระดูก = ผ่าตัด" แต่ในความเป็นจริงของหมอกระดูก ยุคนี้เรามีทางเลือกที่ดีกว่านั้นมากครับ


ความจริงของโรค: หมอนรองกระดูกคอเสื่อมไม่ใช่จุดจบ

ลองจินตนาการว่าหมอนรองกระดูกคอของเราเหมือน "โดนัทที่มีไส้เยลลี่" ครับ เมื่อเราใช้งานคอหนักๆ ก้มหน้าบ่อย หรืออายุมากขึ้น เจ้าโดนัทก้อนนี้มันจะเริ่มแบนลงและปลิ้นออกมาข้างนอก (ที่เราเรียกว่าเสื่อมหรือทับเส้นนั่นแหละครับ)

พอมันปลิ้นไปโดนเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไปที่แขน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:

  • อาการปวด: ปวดตื้อๆ ที่ต้นคอ ร้าวไปสะบัก
  • อาการชา: เหมือนมีเข็มเล็กๆ มาจิ้ม หรือความรู้สึกเหมือนแขนเป็นเหน็บตลอดเวลา

แต่ข่าวดีที่ผมอยากบอกคือ ร่างกายมนุษย์เราเก่งมากครับ เจ้าเยลลี่ที่ปลิ้นออกมานั้น หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ร่างกายสามารถ "ดูดซึม" มันกลับไปเองได้ หรือทำให้มันฝ่อตัวลงจนไม่เบียดเส้นประสาทในที่สุด


เมื่อไหร่ที่ "ต้อง" ผ่า และ เมื่อไหร่ที่ "ไม่ต้อง" ผ่า?

นี่คือจุดตัดที่ทำให้คนไข้หลายคนสบายใจขึ้นครับ หมอกระดูกจะมีเกณฑ์ชัดเจนว่าใครควรเข้าห้องผ่าตัด:

กลุ่มที่ต้องพิจารณาผ่าตัด (Red Flags):

  1. แขนหรือมืออ่อนแรงชัดเจน: เช่น ถือช้อนกินข้าวแล้วหลุดมือ หรือติดกระดุมเสื้อไม่ได้
  2. เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่: อันนี้แสดงว่ากดทับไขสันหลัง
  3. กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้: นี่คือภาวะฉุกเฉิน

กลุ่มที่ "รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด":

  • มีแค่ปวดคอ ร้าวลงแขน
  • มีอาการชา แต่กำลังกล้ามเนื้อยังดี
  • เป็นมาไม่นาน (เช่น 1-3 เดือน) และยังไม่เคยรักษาแบบเต็มรูปแบบ

อย่างเคสคุณน้าท่านนี้ เธอมีแค่ปวดกับชา ไม่มีอาการอ่อนแรง ดังนั้นการผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกสุดท้าย ไม่ใช่ทางเลือกแรกครับ!


แนวทางการตรวจเพื่อให้รู้ต้นตอ

เพื่อให้รักษาได้แม่นยำ หมอต้องตรวจหาจุดที่ "โดนทับ" จริงๆ ครับ:

  • ตรวจร่างกาย: หมอจะขยับคอ ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ และเช็กจุดที่ชา
  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): อันนี้คือพระเอกเลยครับ จะเห็นชัดเจนว่าหมอนรองกระดูกข้อไหนปลิ้นออกมา และปลิ้นมาทางซ้ายหรือขวา ทับเส้นประสาทมากน้อยแค่ไหน
  • Ultrasound (อัลตราซาวด์): ใช้ดูการอักเสบของกล้ามเนื้อรอบๆ คอ ซึ่งมักจะเป็นตัวการร่วมที่ทำให้ปวดเพิ่มขึ้น

5 ขั้นตอนรักษา "ปวดคอลงแขน" แบบไม่ต้องผ่าตัด

  1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด): งดก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้ตรงระดับสายตา และหนุนหมอนที่รองรับส่วนโค้งของคอได้พอดี
  2. ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบ: เพื่อลดการบวมของเส้นประสาทที่ถูกทับ
  3. การทำกายภาพบำบัด: การดึงคอ (Traction) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้เส้นประสาท หรือการใช้เลเซอร์พลังงานสูงเพื่อลดปวด
  4. การฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง: วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้กล้องอัลตราซาวด์ส่องดูเส้นประสาท แล้วฉีดยาลดการอักเสบไปวางที่ "ข้างๆ เส้นประสาท" จุดที่ถูกทับพอดี ช่วยลดปวดและชาได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด
  5. การออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ: เมื่อหายปวดแล้ว ต้องสร้าง "เฝือกธรรมชาติ" คือกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

กว่า 80-90% ของคนไข้ที่มีอาการปวดและชาแบบไม่มีอาการอ่อนแรง สามารถหายได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดครับ อาการปวดจะค่อยๆ ลดลงภายใน 4-8 สัปดาห์ ส่วนอาการชาอาจใช้เวลานานกว่านั้นนิดหน่อยเพราะเส้นประสาทต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเอง แต่ถ้าเราปรับท่าทางการใช้ชีวิตได้ดี โอกาสจะกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยมากครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปวดแล้วนิ่งนอนใจ ไม่ยอมรักษาหรือปรับท่าทาง จนเส้นประสาทถูกกดทับนานเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบถาวรได้ครับ


สรุป

ปวดคอเรื้อรังร้าวลงแขน แม้จะดูน่ากลัวแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดเสมอไปครับ หากคุณยังไม่มีอาการอ่อนแรง การรักษาแบบประคับประคองและการใช้เทคโนโลยีระงับปวดสมัยใหม่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ "โดยที่คอยังเหมือนเดิม ไม่มีแผลผ่าตัด" ครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ชาลงแขน #รักษาไม่ผ่าตัด #หมอเก่ง #ออฟฟิศซินโดรม #กระดูกและข้อ #ปวดคอร้าวลงแขน


References

  1. Wong JJ, et al. Management of neck pain and associated disorders: A clinical practice guideline. Eur Spine J. 2017;26(5):1535-1546. (สรุปแนวทางการรักษาอาการปวดคอที่เน้นการไม่ผ่าตัดเป็นอันดับแรก)
  2. Saal JS, et al. The natural history of lumbar intervertebral disc extrusions treated nonoperatively. Spine. 1990 (Applied to Cervical). (อธิบายกระบวนการที่ร่างกายสามารถดูดซึมหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นกลับไปได้เอง)
  3. Carette S, Fehlings MG. Cervical Radiculopathy. N Engl J Med. 2005;353(5):492-499. (บทความวิชาการที่อธิบายเรื่องการกดทับเส้นประสาทคอและการรักษาตามอาการ)
  4. Eubanks JD. Cervical Radiculopathy: Nonoperative Management of Neck Pain and Radicular Symptoms. Am Fam Physician. 2010;81(1):33-40. (แนวทางการดูแลคนไข้ที่มีอาการชาลงแขนโดยไม่ใช้การผ่าตัด)
  5. Persson LC, et al. A prospective randomized study comparing subaxial cervical spine surgery with conservative treatment. Spine. 1997. (การศึกษาเปรียบเทียบความสำเร็จของการรักษาแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดในระยะยาว)



Comments

Popular posts from this blog

ปวดคอเรื้อรัง... แค่ "หยุด" 5 พฤติกรรมนี้ แล้วทำ 2 ท่าบริหารง่ายๆ ก่อนกระดูกคอจะเสื่อมถาวร!

ทำไม "ขับรถนานๆ" แล้วปวดคอ? วิธีปรับเบาะและหมอนรองหัวในรถที่ถูกต้อง

ปวดคอ… หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ต้องปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ดีขึ้น?