อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ แต่ "กระดูกคอเสื่อม" แล้วหรือ? รู้ทันพฤติกรรมทำลายคอที่คุณอาจทำอยู่ทุกคืน
อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ แต่ "กระดูกคอเสื่อม" แล้วหรือ? รู้ทันพฤติกรรมทำลายคอที่คุณอาจทำอยู่ทุกคืน
"หมอครับ ผมเพิ่งอายุ 32 เองนะ เพื่อนผมบอกว่าโรคกระดูกคอเสื่อมนี่มันโรคคนแก่ไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมผมถึงเป็นได้ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้แบกหามอะไรหนักๆ เลย แค่นั่งทำงานออฟฟิศกับนอนดูหนังที่บ้านเอง"
นี่คือคำตัดพ้อของ "คุณแบงค์" หนุ่มกราฟิกดีไซเนอร์ที่มาหาหมอด้วยอาการปวดคอร้าวลงสะบักและแขน อาการเป็นหนักจนนั่งทำงานแทบไม่ได้ ผลเอ็กซเรย์ออกมาว่ากระดูกคอเริ่มทรุดและมีหินปูนเกาะบางๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเสื่อมก่อนวัย
ความเชื่อที่ว่า "โรคเสื่อม = โรคคนแก่" นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุคปัจจุบันครับ หมอเจอคนไข้วัย 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ เดินเข้ามาด้วยโรคกระดูกคอเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ และเชื่อไหมครับว่า "ฆาตกรเงียบ" ที่ทำร้ายกระดูกคอของคุณ ไม่ใช่การยกของหนัก แต่เป็น "ท่าทางสบายๆ" ที่คุณทำจนชินนิสัยนั่นเอง
วันนี้หมอจะพามาเช็กพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะสายซีรีส์และชาวออฟฟิศ ว่าคุณกำลังเร่งให้คอเสื่อมอยู่หรือเปล่าครับ
ทำไม "คอ" ถึงเสื่อมไวในคนหนุ่มสาว?
ปกติกระดูกสันหลังส่วนคอของคนเรา ธรรมชาติออกแบบมาให้รับน้ำหนักศีรษะ (ซึ่งหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม) ในท่าตั้งตรง แต่พฤติกรรมในยุคดิจิทัลทำให้เราใช้งานคอผิดประเภทครับ
ลองจินตนาการว่าคอเป็นเสา ถ้าเราตั้งเสาตรงๆ มันจะรับน้ำหนักได้ดี แต่ถ้าเราเอียงเสาไปข้างหน้ามากๆ แรงกดที่โคนเสาจะเพิ่มขึ้นมหาศาล การก้มหน้าเพียง 60 องศา จะทำให้คอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 27 กิโลกรัม! (เท่ากับเด็ก 8 ขวบนั่งขี่คอคุณอยู่ตลอดเวลา)
และนี่คือ 3 พฤติกรรมยอดฮิต ที่เป็นตัวการหลักครับ:
1. ท่า "นอนดูซีรีส์" มรณะ
ข้อนี้คือคำตอบที่คุณสงสัยเลยครับ หลายคนคิดว่าการนอนดูหนังคือการพักผ่อน แต่จริงๆ แล้วมันคือการทรมานคอขั้นสุด หากคุณทำท่าเหล่านี้:
- นอนคว่ำชันศอก: ท่านี้ทำให้คอต้อง "แอ่น" (Extension) ไปด้านหลังอย่างรุนแรงเพื่อมองจอ ทำให้ข้อต่อกระดูกคอด้านหลังถูกอัดเข้าหากันแน่น เกิดการอักเสบและเสื่อมเร็วมาก
- นอนหงายหมอนสูง: การหนุนหมอนซ้อนกัน 2-3 ใบ หรือพิงหัวเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอน เพื่อดันหัวให้ก้มมาดูจอไอแพดบนตัก ท่านี้ทำให้คอก้ม (Flexion) ตลอดเวลา หมอนรองกระดูกจะถูกบีบไปด้านหลัง ไปกดทับเส้นประสาทได้ง่าย
- นอนตะแคงดูมือถือ: ทำให้คอเอียงพับไปด้านข้างนานๆ กล้ามเนื้อสองข้างทำงานไม่เท่ากัน กระดูกคอบิดผิดรูป
2. สังคมก้มหน้า (Text Neck)
ในวัย 30 เราใช้สมาร์ทโฟนกันแทบตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอบแชทลูกค้า ไถฟีดโซเชียล หรือเล่นเกม การก้มหน้ามองจอเล็กๆ ในมือ ทำให้เราต้องงุ้มไหล่และยื่นคอไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งก้มนาน หมอนรองกระดูกยิ่งขาดน้ำและยุบตัวลงเร็วขึ้นครับ
3. ออฟฟิศซินโดรม ที่ลุกลาม
การตั้งจอคอมพิวเตอร์ที่ต่ำเกินไป ทำให้ต้องก้มคอ หรือการนั่งเก้าอี้ที่ไม่ซัพพอร์ตหลัง ทำให้ตัวไหลไปข้างหน้า คอก็ต้องยื่นตาม (Forward Head Posture) ท่านี้นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าตึงแล้ว ยังทำให้แรงกดลงที่หมอนรองกระดูกคอข้อล่างๆ (C5-C6-C7) มากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่หมอพบว่าเสื่อมบ่อยที่สุดครับ
อาการสัญญาณเตือน: อย่ารอให้ร้าวลงแขน
ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่าคิดว่าเป็นแค่ปวดเมื่อยธรรมดาครับ:
- ปวดคอเรื้อรัง: ตื่นนอนก็ปวด ตกเย็นก็ปวด
- คอแข็ง หันลำบาก: รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดๆ ในคอ เวลาหันซ้ายขวา
- ปวดร้าว: ปวดจี๊ดๆ จากคอ ร้าวลงไปที่สะบัก ไหล่ หรือแขน
- ชาปลายมือ: นี่คือสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกเริ่มไปรบกวนเส้นประสาทแล้วครับ
การวินิจฉัยและรักษา: รู้เร็ว แก้ทัน
หากมาหาหมอ หมอจะทำการตรวจร่างกายและส่งเอ็กซเรย์ ซึ่งในคนอายุน้อยที่เริ่มเสื่อม เรามักจะพบว่า "ความโค้งตามธรรมชาติของคอหายไป" (Loss of Lordosis) คือคอตั้งตรงทื่อๆ หรือเริ่มยื่นไปข้างหน้า
การรักษาส่วนใหญ่ในวัยนี้ ไม่ต้องผ่าตัด ครับ เพราะร่างกายยังซ่อมแซมตัวเองได้ดี เน้นที่:
- กายภาพบำบัด: ดึงคอ อัลตราซาวด์ เพื่อลดปวดและคลายกล้ามเนื้อ
- ปรับ Ergonomics: ปรับจอคอมให้เสมอสายตา ปรับท่าดูซีรีส์ใหม่ (แนะนำให้ดูผ่านทีวีจอใหญ่ที่ตั้งระดับสายตา ดีกว่าก้มดูในมือถือ/แท็บเล็ต)
- ยา: ลดการอักเสบในช่วงแรก
สรุป
โรคกระดูกคอเสื่อมในวัย 30 ต้นๆ ไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องของ "พฤติกรรม" ล้วนๆ ครับ การนอนดูซีรีส์ในท่าที่ผิดธรรมชาติ หรือการก้มหน้าทำงานนานๆ คือการสะสมความเสื่อมวันละนิด
ข่าวดีคือ ถ้าคุณรู้ตัวตอนนี้ คุณยัง "เบรก" ความเสื่อมนี้ได้ครับ ปรับท่านั่ง เปลี่ยนท่านอนดูหนังให้คออยู่ในแนวตรงสบายๆ และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถสนุกกับซีรีส์เรื่องโปรดและทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีคอเสื่อมเป็นของแถมก่อนวัยอันควรครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย #ปวดคอวัยทำงาน #TextNeck #นอนดูซีรีส์ปวดคอ #ออฟฟิศซินโดรม #หมอนรองกระดูกคอ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คลินิกกระดูกเชียงใหม่ #ปวดคอร้าวลงแขน
References
- Fares J, Fares MY, Fares Y. Musculoskeletal neck pain in children and adolescents: Risk factors and complications. Surg Neurol Int. 2017;8:72.
- Neupane S, Ali U, Mathew A. Text Neck Syndrome - Systematic Review. Imperial Journal of Interdisciplinary Research. 2017;3(7):141-148.
- Guan X, Fan G, Wu X, et al. Global burden of neck pain, 1990–2019: An analysis of the Global Burden of Disease Study 2019. Front Neurol. 2020;11:609180.
- Kim HJ, Kim JS. The association between smartphone use and cervical spine degeneration. J Korean Med Sci. 2015;30(12):1898-1904.
- Damasceno GM, Ferreira AS, Nogueira LAC, et al. Text neck and neck pain in 18-21-year-old young adults. Eur Spine J. 2018;27(6):1249-1254.
Comments
Post a Comment