ปวดคอ ร้าวลงแขน ชาที่มือ ⚡ 3 สัญญาณเตือน หมอนรองกระดูกคอเสื่อม!


ปวดคอ ร้าวลงแขน ชาที่มือ ⚡ 3 สัญญาณเตือน หมอนรองกระดูกคอเสื่อม!

เมื่ออาการปวดคอ ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนจาก "หมอนรองกระดูก" ที่คุณไม่ควรมองข้าม

"หมอคะ ช่วงนี้ปวดคอมากเลยค่ะ ปวดร้าวลงไปถึงบ่า บางทีก็เสียวแว้บลงไปที่แขน เหมือนไฟช็อตเลยค่ะ ไปนวดมาหลายครั้งก็แค่เบาลงประเดี๋ยวประด๋าว พอกลับมานั่งทำงานก็เป็นอีก"

นี่คือคำบอกเล่าของคุณสมชาย (นามสมมติ) คนวัยทำงานอายุ 40 ต้นๆ ที่เข้ามาปรึกษาหมอด้วยสีหน้ากังวลใจ เพราะอาการปวดเริ่มรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

หลายท่านอาจจะคิดว่าอาการแบบนี้คือ "ออฟฟิศซินโดรม" ทั่วไป เดี๋ยวพักก็หาย เดี๋ยวไปนวดก็ดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว อาการปวดคอที่มีการร้าวลงแขน อาจจะเป็นสัญญาณของโรคที่ซับซ้อนกว่านั้น นั่นคือ "โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท" ครับ

วันนี้หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ สบายๆ เพื่อที่เราจะได้รับมือและดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธีครับ

ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความปวด

ร่างกายของเรามีกระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นแกนกลาง ยึดร่างกายให้ตั้งตรงได้ ระหว่างกระดูกแต่ละข้อ จะมี "หมอนรองกระดูก" แทรกอยู่ หน้าที่ของมันเปรียบเสมือน "โช้คอัพ" รถยนต์ครับ คอยรับแรงกระแทกและช่วยให้เราก้มเงย หรือหันคอได้สะดวก

แต่เมื่อเราใช้งานคออย่างหนักต่อเนื่องยาวนาน หรือด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ตัวหมอนรองกระดูกที่เคยยืดหยุ่นชุ่มน้ำ ก็จะเริ่มแห้ง แข็ง และทรุดตัวลง

เมื่อทรุดลงมากๆ เข้า ก็อาจจะปลิ้นหรือยื่นออกไปกดทับ "เส้นประสาท" ที่อยู่ด้านหลัง นี่แหละครับคือสาเหตุที่ทำให้เราไม่ได้ปวดแค่คอ แต่กลับมีอาการปวดร้าว วิ่งจี๊ดลงไปที่แขน หรือมีอาการชาร่วมด้วย

อาการแบบไหน ที่ต้องเอะใจว่าไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย

โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท มักจะมีสัญญาณเตือนที่เราสังเกตได้ดังนี้ครับ

  1. ปวดคอเรื้อรัง: มักจะปวดตื้อๆ ลึกๆ บริเวณท้ายทอย หรือบ่าสะบัก อาการมักจะเป็นๆ หายๆ

  2. ปวดร้าวลงแขน: นี่คืออาการเด่นเลยครับ ความปวดจะวิ่งจากคอ ลงไปที่บ่า ไหล่ และร้าวลงไปตามแขน จนถึงปลายนิ้ว บางคนบอกหมอว่าเหมือนมีไฟช็อตวิ่งลงไป

  3. อาการชา: รู้สึกหนาๆ ชาๆ บริเวณแขนหรือมือ เหมือนผิวหนังไม่ค่อยรับความรู้สึก หรือยุบยิบเหมือนเป็นเหน็บชา

  4. อ่อนแรง: ในรายที่เป็นมาก อาจจะมีอาการหยิบจับของแล้วหลุดมือ ติดกระดุมเสื้อลำบาก หรือกำมือไม่แน่น

  5. การทรงตัวผิดปกติ: หากมีการกดทับไขสันหลัง (ซึ่งรุนแรงกว่ากดทับเส้นประสาท) อาจจะมีอาการเดินเซ ขาแข็งเกร็ง ร่วมด้วยครับ

ทำไมเราถึงเป็นโรคนี้?

แน่นอนว่า "ความเสื่อมตามวัย" เป็นปัจจัยหลัก แต่ปัจจุบันหมอเจอคนไข้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ครับ สาเหตุสำคัญมาจาก "พฤติกรรม"

การก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ (Text Neck) การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ไม่ถูกต้อง การนอนหนุนหมอนสูงเกินไป หรือแม้แต่การสูบบุหรี่ ล้วนเป็นตัวเร่งให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่ากำหนดทั้งสิ้นครับ

หมอจะตรวจได้อย่างไร?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดครับ หมอจะดูการเคลื่อนไหวของคอ ตรวจเช็คกำลังของกล้ามเนื้อแขน และทดสอบการตอบสนองของเส้นประสาท (Reflex)

หากหมอสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาท หมออาจจะส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ

เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ดูความแคบของช่องว่างระหว่างกระดูก และดูว่ามีหินปูนเกาะกระดูกหรือไม่

เอ็มอาร์ไอ (MRI): การตรวจนี้จะให้ภาพที่ชัดเจนที่สุดครับ จะเห็นเลยว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากน้อยแค่ไหน และไปกดทับเส้นประสาทตรงจุดใด ทำให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำครับ

แนวทางการรักษา: ไม่ต้องผ่าตัดเสมอไป

ข่าวดีที่หมออยากบอกทุกคนคือ "คนไข้ส่วนใหญ่กว่า 80-90% อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ การรักษาเราจะเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอ

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):

นี่คือยาขนานเอกครับ หมอจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการก้มหน้านานๆ ให้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้พอดี ไม่นอนหมอนที่สูงหรือแข็งเกินไป และหมั่นยืดกล้ามเนื้อคอเบาๆ ระหว่างวัน

2. การใช้ยา:

เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด ยาที่ใช้มักจะเป็นกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงปลายประสาท หรือยาลดปวดเส้นประสาทโดยเฉพาะ

3. กายภาพบำบัด:

การดึงคอ (Traction) เพื่อช่วยขยายช่องว่างระหว่างกระดูก ลดแรงกดทับที่เส้นประสาท ร่วมกับการใช้ความร้อน หรืออัลตราซาวนด์ เพื่อลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยให้อาการทุเลาลงได้มากครับ

4. การฉีดยาระงับการอักเสบ (Intervention):

ในกรณีที่ทานยาและทำกายภาพแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด หมออาจพิจารณา "การฉีดยาสเตียรอยด์หรือยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในตำแหน่งของเส้นประสาทที่บริเวณคอ " เพื่อลดการบวมและการอักเสบของเส้นประสาทโดยตรง

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี Ultrasound (อัลตราซาวนด์นำวิถี) ช่วยให้หมอมองเห็นตำแหน่งเส้นประสาทและเข็มได้แบบ Real-time ทำให้การฉีดยามีความแม่นยำสูงและปลอดภัยมากครับ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

เมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด?

การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายครับ หมอจะพิจารณาก็ต่อเมื่อ

  1. รักษาด้วยวิธีอื่นมาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือปวดทรมานมากจนทนไม่ไหว

  2. มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนหรือมืออย่างชัดเจน

  3. มีการกดทับไขสันหลัง จนเริ่มมีปัญหาการเดินหรือการทรงตัว

การผ่าตัดในปัจจุบันมีหลายเทคนิค ทั้งการผ่าตัดเชื่อมข้อ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวครับ

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่สัมพันธ์กับการใช้งานและความเสื่อม เมื่อรักษาจนอาการปวดหายไปแล้ว "มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้" หากเรากลับไปใช้พฤติกรรมเดิมๆ

ดังนั้น การหายขาดที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ยาหรือมีดหมอเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ "ดูแลรักษา" คอของเราให้ดีไปตลอดชีวิตครับ การออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง และการปรับท่าทางให้ถูกต้อง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

สรุปจากใจหมอ

อาการปวดคอร้าวลงแขน เป็นสิ่งที่รบกวนความสุขในชีวิต แต่ไม่ใช่โรคที่ไร้ทางออกครับ หากท่านมีอาการเหล่านี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ

ให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง การรู้เร็วและเริ่มรักษาเร็ว จะช่วยให้ผลการรักษาดี และช่วยให้ท่านกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดครับ

ดูแลคอของเราให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เขาอยู่ประคองศีรษะและรอยยิ้มของเราไปนานๆ นะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ปวดร้าวลงแขน #ชาแขน #ปวดบ่า #กระดูกคอเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ฉีดยาแก้ปวด #กายภาพบำบัด

References:

  1. Childress MA, Becker BA. Nonoperative management of cervical radiculopathy. Am Fam Physician. 2016;93(9):746-54.

  2. Iyer S, Kim HJ. Cervical radiculopathy. Curr Rev Musculoskelet Med. 2016;9(3):272-80.

  3. North American Spine Society. Diagnosis and treatment of cervical radiculopathy from degenerative disorders. Burr Ridge (IL): North American Spine Society; 2010.

  4. Woods BI, Hilibrand AS. Cervical radiculopathy: epidemiology, etiology, diagnosis, and treatment. J Spinal Disord Tech. 2015;28(5):E251-9.

  5. Wongjarupong A, Rhienmora N, et al. Prevalence and associated factors of neck pain among computer users: A cross-sectional study. J Med Assoc Thai. 2018;101(6):775-81.

Comments

Popular posts from this blog

ปวดคอเรื้อรัง... แค่ "หยุด" 5 พฤติกรรมนี้ แล้วทำ 2 ท่าบริหารง่ายๆ ก่อนกระดูกคอจะเสื่อมถาวร!

ทำไม "ขับรถนานๆ" แล้วปวดคอ? วิธีปรับเบาะและหมอนรองหัวในรถที่ถูกต้อง

ปวดคอ… หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ต้องปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ดีขึ้น?