อายุแค่ 20 กว่า แต่ปวดคอเหมือนคนแก่... หรือว่าเรากำลังก้มหน้าหาโรค?
อายุแค่ 20 กว่า แต่ปวดคอเหมือนคนแก่... หรือว่าเรากำลังก้มหน้าหาโรค?
"หมอคะ หนูเพิ่งอายุ 24 เอง ทำไมปวดคอ ปวดบ่า ตลอดเวลาเลย กินยาคลายกล้ามเนื้อก็หายแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมาเป็นอีก หนูจะเป็นกระดูกคอเสื่อมไหมคะ?"
นี่คือเสียงบ่นที่หมอได้ยินแทบทุกวันที่คลินิก จากน้องๆ วัยนักศึกษาและวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) สมัยก่อนถ้าพูดถึงอาการปวดคอ เราจะนึกถึงคนอายุ 50 ขึ้นไป แต่เชื่อไหมครับว่า เดี๋ยวนี้หมอเจอคนไข้มารักษาเรื่องปวดคอ อายุน้อยที่สุดคือ "เด็กมัธยม"
เรื่องราวของ "น้องเมย์" (นามสมมติ) กราฟิกดีไซเนอร์สาววัย 26 ปี น่าสนใจมาก น้องเมย์มาหาหมอด้วยอาการปวดคอร้าวขึ้นศีรษะ ปวดกระบอกตา จนคิดว่าตัวเองเป็นไมเกรน กินยาแก้ปวดหัวแทบทุกวันก็ไม่ดีขึ้น พอหมอตรวจอย่างละเอียดและเอกซเรย์ดู กลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า... กระดูกคอของน้องเมย์ที่ควรจะโค้งงอสวยงามตามธรรมชาติ กลับ "ยืดตรงทื่อ" เหมือนไม้บรรทัด!
เกิดอะไรขึ้นกับคอของคนรุ่นใหม่? ทำไมอายุแค่ 20-30 ปี ถึงมีสภาพคอที่ล้ำหน้าอายุจริงไปไกล วันนี้หมอจะพามาไขคำตอบครับ
โรคคอตก (Text Neck Syndrome): ภัยเงียบในมือคุณ
สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้หนุ่มสาววัยนี้ปวดคอ ไม่ใช่ความเสื่อมตามสังขาร แต่คือ "พฤติกรรม" ครับ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เรียกว่า Text Neck Syndrome หรืออาการปวดคอจากการก้มหน้าเล่นมือถือ
ลองจินตนาการตามหมอนะครับ ศีรษะของคนเราหนักประมาณ 5 กิโลกรัม (เท่ากับลูกโบว์ลิ่ง 1 ลูก) เวลาเราตั้งคอตรง กระดูกคอจะรับน้ำหนักแค่ 5 กิโลกรัมนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรา "ก้มหน้า" ดูมือถือหรือไอแพด:
- ก้ม 15 องศา คอต้องรับน้ำหนัก 12 กิโลกรัม
- ก้ม 30 องศา คอต้องรับน้ำหนัก 18 กิโลกรัม
- ก้ม 60 องศา (ท่าปกติเวลาเล่นโซเชียล) คอต้องรับน้ำหนักมหาศาลถึง 27 กิโลกรัม!
เหมือนเราขี่คอเด็ก 8 ขวบไว้ตลอดเวลาที่ก้มหน้าครับ ลองนึกดูว่าวันหนึ่งเราก้มหน้าสะสมกี่ชั่วโมง? กล้ามเนื้อคอต้องเกร็งตัวสู้แรงโน้มถ่วงขนาดไหน? นานวันเข้า กล้ามเนื้อก็ล้า เอ็นก็อักเสบ และที่ร้ายแรงที่สุดคือ "โครงสร้างกระดูกคอเปลี่ยนรูป"
อาการเตือนที่บอกว่า "คอคุณเริ่มไม่ไหวแล้ว"
น้องๆ หลายคนทนปวดเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวไปนวดก็หาย แต่หมออยากให้สังเกตตัวเองครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ แสดงว่าร่างกายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ:
- ปวดตื้อๆ ที่ท้ายทอย ลามลงบ่าและสะบัก: รู้สึกหนักๆ บ่า เหมือนมีอะไรมาเกาะ
- ปวดศีรษะเรื้อรัง: มักปวดร้าวจากท้ายทอยขึ้นไปที่ขมับ หรือปวดกระบอกตา (มักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นไมเกรน)
- คอแข็ง หันซ้ายขวาลำบาก: รู้สึกตึงไปหมด ขยับแล้วเจ็บ
- อาการชา: ชาปลายมือ หรือรู้สึกไฟช็อตแปล๊บๆ ลงแขน (อันนี้อันตราย บ่งบอกว่าหมอนรองกระดูกอาจเริ่มปลิ้นทับเส้นประสาท)
การตรวจวินิจฉัย: คอของคุณยืดตรงหรือยัง?
เมื่อมาพบหมอ นอกจากการซักประวัติพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตแล้ว หมอจะตรวจดูการเคลื่อนไหวของคอ และจุดกดเจ็บต่างๆ
สิ่งที่ช่วยยืนยันได้ดีคือ การเอกซเรย์ (X-ray) ครับ ในคนปกติ กระดูกคอจะมีลักษณะโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อย (Cervical Lordosis) เพื่อทำหน้าที่เป็นสปริงรับแรงกระแทก แต่ในคนไข้กลุ่มนี้ เรามักจะเจอภาวะ "กระดูกคอยืดตรง" (Straight Cervical Spine) ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อเกร็งตัวดึงรั้งไว้นานเกินไป จนกระดูกเสียสมดุล
ถ้าใครมีอาการชา หรืออ่อนแรง หมออาจส่งตรวจ MRI เพิ่มเติม เพื่อดูว่าหมอนรองกระดูกมีความเสียหาย หรือไปกดทับเส้นประสาทหรือไม่ ซึ่งในคนอายุ 20-30 ปี เดี๋ยวนี้เจอหมอนรองกระดูกเสื่อมในระยะเริ่มต้นกันเยอะขึ้นมากครับ
รักษาอย่างไร? ต้องผ่าตัดไหม?
ข่าวดีที่สุดสำหรับคนวัยนี้คือ "ร่างกายยังซ่อมแซมตัวเองได้ดีเยี่ยม" ครับ หากเรารู้ตัวเร็ว โอกาสหายขาดโดยไม่ต้องผ่าตัดมีสูงมาก แนวทางการรักษาจะเน้นการแก้ที่ต้นเหตุ:
1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด) นี่คือยาขนานเอกครับ หมอไม่ได้บอกให้เลิกเล่นมือถือ แต่ให้ "เปลี่ยนท่า"
- ยกมือถือขึ้นมาเสมอระดับสายตา: อย่าก้มคอลงไปหาจอ ให้ยกจอขึ้นมาหาตา
- กฎเลข 0: พยายามตั้งคอให้ตรง (0 องศา) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
- พักทุกชั่วโมง: ตั้งนาฬิกาเตือนตัวเองให้เงยหน้า ขยับคอ หรือลุกเดินทุกๆ 45-60 นาที
2. กายภาพบำบัดและบริหารกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ (Stretching) ช่วยลดความตึงเครียดได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "การสร้างความแข็งแรง" (Strengthening) โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอชั้นลึก เพื่อให้คอกลับมาโค้งงอตามธรรมชาติและรับน้ำหนักได้ดีขึ้น
3. การใช้ยา (Medication) ช่วงที่ปวดมาก หมออาจให้ยาต้านการอักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อตัดวงจรความเจ็บปวด ให้เราสามารถกลับไปทำกายภาพได้สะดวกขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ซื้อยากินเองต่อเนื่องนานๆ ครับ
4. การรักษาด้วยคลื่นเสียงหรือการฉีดยา (Intervention) ในรายที่เป็นเรื้อรัง มีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน (Trigger Point) การใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาคลายปมกล้ามเนื้อ หรือการทำ Shockwave จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งแวดล้อมที่ต้องจัดใหม่ (Ergonomics)
อย่าลืมกลับไปสำรวจห้องทำงานและห้องนอนครับ
- จอคอมพิวเตอร์: ขอบบนของจอต้องอยู่ระดับสายตา
- หมอน: ไม่สูงหรือต่ำเกินไป หมอนที่ดีต้องรองรับโค้งคอได้พอดี ไม่ทำให้คอพับหรือเงยเวลานอน
สรุป
อาการปวดคอในวัย 20-30 ปี ไม่ใช่โรคเวรโรคกรรม แต่เป็น "โรคทำตัวเอง" จากเทคโนโลยีครับ ร่างกายของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ก้มหน้าวันละหลายๆ ชั่วโมง ถ้าวันนี้เรายังฝืนใช้งานเขาหนัก วันข้างหน้าในวัย 40-50 เราอาจจะต้องจ่ายราคาแพงด้วยกระดูกคอเสื่อมถาวร
เริ่มปรับตั้งแต่วันนี้ครับ เงยหน้ามองโลกความจริงบ้าง ยืดอก พกกางเกง (เอ้ย พกความมั่นใจ) แล้วปรับท่านั่งให้สง่าผ่าเผย นอกจากจะบุคลิกดีขึ้นแล้ว คอของคุณจะขอบคุณคุณไปตลอดชีวิตครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #ออฟฟิศซินโดรม #สังคมก้มหน้า #กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย #ปวดบ่าไหล่ #TextNeck #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เชียงใหม่ #วัยรุ่นปวดคอ
เอกสารอ้างอิง (References)
- David D, Giannini C, Chiarelli F, Mohn A. Text Neck Syndrome in Children and Adolescents. Int J Environ Res Public Health. 2021;18(4):1565.
- Al-Hadidi F, Bsisu I, AlRyalat SA, et al. Association between mobile phone use and neck pain in university students: A cross-sectional study. PLoS One. 2019;14(5):e0217231.
- Hansraj KK. Assessment of stresses in the cervical spine caused by posture and position of the head. Surg Technol Int. 2014;25:277-279.
- Namwongsa S, Puntumetakul R, Neubert MS, Boucaut R. Factors associated with neck disorders among university student smartphone users. Work. 2018;61(3):367-378.
- Neupane S, Ali U, Mathew A. Text Neck Syndrome - Systematic Review. Imperial Journal of Interdisciplinary Research. 2017;3(7):141-148.
Comments
Post a Comment