การตรวจ NCV (Nerve Conduction Velocity) — ตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า คืออะไร เจ็บไหม และจำเป็นเมื่อไหร่?
⚡ การตรวจ NCV (Nerve Conduction Velocity) — ตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า คืออะไร เจ็บไหม และจำเป็นเมื่อไหร่?
หลายคนที่มีอาการ “มือชา เท้าชา แขนอ่อนแรง ปวดแปล๊บเหมือนไฟฟ้าช็อต” หมอมักแนะนำให้ทำ การตรวจ NCV (Nerve Conduction Velocity test) หลายคนได้ยินชื่อแล้วกลัว คิดว่าจะต้องถูกไฟช็อตหรือเจ็บมาก แต่จริง ๆ แล้ว การตรวจนี้ปลอดภัยมากและให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการทำงานของเส้นประสาทครับ 💡
💡 การตรวจ NCV คืออะไร
NCV หรือ การตรวจการนำกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาท เป็นการทดสอบเพื่อดูว่า “เส้นประสาททำงานได้ดีหรือไม่” โดยการส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านผิวหนัง เพื่อกระตุ้นเส้นประสาท แล้ววัดความเร็วและความแรงของกระแสไฟฟ้าที่วิ่งไปตามเส้นประสาทนั้น ๆ
พูดง่าย ๆ คือ การตรวจนี้ช่วยให้หมอรู้ว่า “เส้นประสาทยังส่งสัญญาณได้ดีแค่ไหน” เหมือนการเช็กสายไฟในบ้านว่าไฟเดินได้หรือขาดตรงไหนครับ ⚙️
🧠 ตรวจ NCV ใช้ในกรณีใดบ้าง
หมอจะสั่งตรวจ NCV เมื่อสงสัยว่าเส้นประสาทของผู้ป่วยทำงานผิดปกติ เช่น
1. มือชา เท้าชา ปลายมือปลายเท้ารู้สึกแปลก ๆ เช่น ในผู้ป่วยเบาหวาน
2. ชาหรือปวดเฉพาะบางนิ้ว เช่น โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal tunnel syndrome)
3. แขนอ่อนแรง หรือยกแขนไม่ขึ้น เช่น เส้นประสาทที่คอกดทับ
4. ขาชา ปวดร้าวลงขา (Sciatica) จากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
5. เส้นประสาทอักเสบจากโรคต่าง ๆ เช่น หลังติดเชื้อ งูสวัด หรือภาวะขาดวิตามิน
6. ตรวจติดตามผลหลังผ่าตัดหรือการบาดเจ็บของเส้นประสาท
🩺 ขั้นตอนการตรวจ NCV
1. ผู้ป่วยจะนอนหรือนั่งในท่าที่สบาย
2. หมอจะติดแผ่นนำไฟฟ้าขนาดเล็ก (Electrode) บนผิวหนังบริเวณที่ต้องการตรวจ เช่น แขนหรือขา
3. เครื่องจะส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านเส้นประสาท (เหมือนรู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย ไม่เจ็บ)
4. คอมพิวเตอร์จะบันทึกความเร็วและความแรงของสัญญาณไฟฟ้า
5. ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นประสาทที่ตรวจ
✅ ไม่มีการเจาะเลือด ไม่ต้องดมยา ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนตรวจ และตรวจเสร็จกลับบ้านได้เลยครับ
💬 ตรวจ NCV เจ็บไหม?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่บอกว่า “ไม่เจ็บ มีแค่รู้สึกสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนไฟฟ้าช็อตเบา ๆ”
กระแสไฟฟ้าที่ใช้มีขนาดน้อยมาก ปลอดภัย 100% แม้ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง
📊 ผลการตรวจบอกอะไรได้บ้าง
ผลตรวจจะบอกให้หมอรู้ว่า:
- เส้นประสาทใด “ถูกกดทับ” หรือ “บาดเจ็บ”
- ระดับความเสียหายว่า “เฉียบพลัน” หรือ “เรื้อรัง”
- ตำแหน่งของปัญหา เช่น อยู่ที่คอ ข้อมือ หรือข้อศอก
- เส้นประสาทมีการฟื้นตัวหลังรักษาหรือยัง
💬 เช่น ในโรค Carpal Tunnel จะเห็นว่าเส้นประสาท Median nerve ที่ข้อมือ นำกระแสไฟฟ้าช้าลงกว่าปกติ
⚙️ ความแตกต่างระหว่าง NCV และ EMG
มักได้ยินว่าหมอสั่งตรวจ “NCV + EMG” พร้อมกัน
- NCV (Nerve Conduction Test) → ตรวจเส้นประสาทว่าทำงานดีไหม
- EMG (Electromyography) → ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อ ว่ารับสัญญาณจากเส้นประสาทได้ดีหรือไม่
การตรวจร่วมกันจะให้ภาพรวมที่แม่นยำมากขึ้นว่าปัญหาอยู่ “ที่เส้นประสาท” หรือ “ที่กล้ามเนื้อ” กันแน่ครับ
🧘♀️ การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร
- หลีกเลี่ยงการทาโลชั่นหรือครีมก่อนตรวจ เพราะจะทำให้แผ่นนำไฟฟ้าติดไม่แน่น
- หากมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังในร่างกาย ต้องแจ้งแพทย์ก่อนตรวจ
🩺 หมออยากฝากไว้
“การตรวจ NCV” เป็นวิธีที่ปลอดภัย เจ็บน้อย และให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำงานของเส้นประสาท
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ มือชา เท้าชา ปวดร้าว หรืออ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
✅ ตรวจครั้งเดียว รู้ตำแหน่งเส้นประสาทที่ผิดปกติ
✅ ช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำ เช่น จะทำกายภาพ ฉีดยา หรือผ่าตัด
✅ ฟื้นฟูได้ตรงจุด ไม่ต้องลองผิดลองถูก
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ตรวจNCV #มือชาเท้าชา #เส้นประสาทถูกกด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic

Comments
Post a Comment