ปวดต้นคอเรื้อรัง ทั้งที่เอกซเรย์พบหมอนรองคอเสื่อม “ไม่มาก” — ทำไมยังไม่หาย? และต้องรักษาอย่างไรให้ดีขึ้นจริง
ปวดต้นคอเรื้อรัง ทั้งที่เอกซเรย์พบหมอนรองคอเสื่อม “ไม่มาก” — ทำไมยังไม่หาย? และต้องรักษาอย่างไรให้ดีขึ้นจริง
ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการ ปวดต้นคอ–บ่า–สะบัก มานาน หลายคนไปเอกซเรย์แล้วพบว่า หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเล็กน้อย จนสงสัยว่า…
“เสื่อมไม่มาก ทำไมปวดมาก?”
“ทำไมรักษามาหลายอย่างก็ยังไม่ดีขึ้น?”
ความจริงคือ… อาการปวดคอส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากหมอนรองคอเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกล้ามเนื้อ ข้อต่อคอ และเส้นประสาทรอบคอร่วมด้วย ซึ่งทำให้ปวดเรื้อรังแม้ภาพเอกซเรย์จะดูไม่รุนแรง
บทความนี้หมออธิบายให้เข้าใจง่ายว่าอาการปวดคอแบบนี้เกิดจากอะไร และทำอย่างไรถึงจะดีขึ้นได้จริง
🔍 ทำไม “หมอนรองคอเสื่อมเล็กน้อย” ถึงปวดได้มาก?
สาเหตุที่พบบ่อยคือมีหลายปัจจัยซ้อนกัน ได้แก่:
✔ 1) กล้ามเนื้อคอ–บ่าเกร็งเรื้อรัง (Myofascial pain)
เกิดจากท่าใช้งานคอที่ผิด เช่น ก้มมือถือ นั่งทำงานนาน ไม่ขยับลำคอ
กล้ามเนื้อที่เกร็งนาน ๆ จะเกิด “จุดกดเจ็บ” (trigger point) ทำให้ปวดร้าวขึ้นหัวหรือร้าวลงสะบักได้
✔ 2) ข้อต่อคอด้านหลัง (Facet joint) อักเสบ
แม้หมอนรองคอเสื่อมเล็กน้อย แต่ facet joint ต้องทำงานหนักขึ้น → ปวดจี๊ด ๆ เวลาหันคอ ก้ม เงย
👉 ดังนั้นอาการปวดคอไม่ได้ขึ้นกับภาพเอกซเรย์เสมอไป แต่ขึ้นกับการทำงานของโครงสร้างรอบคอทั้งหมด
✔ 3) เส้นประสาทคอระคายเคือง (Cervical radiculopathy)
แม้ภาพเอกซเรย์จะไม่รุนแรง แต่เส้นประสาทอาจถูกดึง–กดจากกล้ามเนื้อที่เกร็ง ทำให้ปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก
✔ 4) ท่านั่ง–เตียง–หมอน ไม่เหมาะกับคอ
ปัจจัยพวกนี้ทำให้คอทำงานหนัก โดยที่ภาพเอกซเรย์ยังดู “ไม่แย่”
🧭 อาการที่บอกว่าปวดคอไม่ได้มาจากหมอนรองคอเพียงอย่างเดียว
- ปวดร้าวขึ้นศีรษะ (ต้นเหตุจากกล้ามเนื้อ)
- ปวดตื้อ ๆ บ่า–สะบัก (จาก facet joint อักเสบ)
- เวลาหันคอแล้วเจ็บจี๊ด (ข้อต่อคอกดกัน)
- ปวดมากขึ้นตอนนั่งทำงานนาน
- ปวดตอนตื่นเช้า หมอนสูง–นุ่มเกินไป
- ปวดซ้ำเรื้อรัง แม้กินยาแล้วดีขึ้นแค่ชั่วคราว
🩺 การวินิจฉัยที่เหมาะสมต้องดูมากกว่าเอกซเรย์
เพื่อให้รักษาตรงจุด แพทย์ต้องประเมินดังนี้
✔ ตรวจร่างกายเฉพาะทาง
- จุดกดเจ็บกล้ามเนื้อ
- ข้อต่อคอ C3–C7
- การกดเจ็บรากประสาท
- ความสมดุลของสะบัก
✔ ถ่ายภาพเอกซเรย์กระดูกต้นคอ
✔ MRI กระดูกต้นคอ
ถ้ามีชา–อ่อนแรง หรือสงสัยหมอนรองปลิ้นกดเส้นประสาท
⭐ วิธีรักษาที่ช่วยให้ดีขึ้น “จริง” สำหรับคนที่เสื่อมไม่มาก แต่ปวดมาก
อาการแบบนี้หายได้ถ้าแก้ที่ต้นเหตุ กล้ามเนื้อ–ข้อต่อคอ–เส้นประสาท ไม่ใช่ใช้ยาอย่างเดียว
1) ฉีดยาลดอักเสบ “รอบข้อต่อคอ (Facet joint)” ด้วย และเส้นประสาท ด้วยUltrasound
เหมาะกับผู้ที่:
- ปวดคอเรื้อรังมากกว่า 3 เดือน
- เจ็บจี๊ดเวลาเงย–หันคอ
- ปวดร้าวขึ้นหัว
ข้อดี
- ลดอักเสบเฉพาะจุด
- ผลลัพธ์เร็ว 2–7 วัน
- ทำให้กายภาพได้ผลขึ้น
- ใช้เข็มเล็ก เจ็บน้อย ปลอดภัย
2) ปรับพฤติกรรมประจำวัน (สำคัญที่สุด)
✔ เปลี่ยนหมอนเป็นแบบ “พยุงคอ” ไม่สูงเกิน
✔ ตั้งจอคอมสูงระดับสายตา
✔ พักคอทุก 45–60 นาที
✔ เลี่ยงการก้มมือถือเป็นเวลานาน
✔ ยืดคอ–บ่า 3–5 นาทีระหว่างวัน
3) ทานยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ
✔ สรุป
แม้เอกซเรย์จะบอกว่า หมอนรองคอเสื่อมไม่มาก แต่ปวดเรื้อรังได้ เพราะเกิดจากกล้ามเนื้อ–ข้อต่อคอ–เส้นประสาทร่วมกัน
การรักษาที่ได้ผลจริง ไม่ใช่การกินยาบรรเทาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประกอบด้วย:
- ตรวจหาต้นเหตุให้ถูกต้อง
- ฉีดยาเฉพาะจุดด้วย Ultrasound ในรายจำเป็น
- ปรับท่าทาง + พฤติกรรมการใช้งานคอ
ถ้าทำครบและต่อเนื่อง อาการปวดคอ–บ่า–สะบักส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้มาก ภายใน 4–12 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #คอเสื่อม #หมอนรองคอเสื่อม #ปวดบ่า #สะบักจม #กายภาพคอ #ฉีดคอด้วยอัลตราซาว

Comments
Post a Comment